ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ องค์การบริหารส่วนตำบลบางกระไชย





  หน้าแรก     รายละเอียดข้อมูล 

รายละเอียดข้อมูล
ลิงค์  
ศิลปวัฒนธรรมประจำตำบล

พิธีทิ้งกระจาดไทยทาน

 

กระจาด คือ สิ่งของที่ถวายพระ สำหรับสามัญชนแล้ว ก็คือ ของให้ทานนั่นเอง พิธีทิ้งกระจาดนี้ ชาวญวนและชาวจีน ถือเอาเป็นพิธีประกอบเมตตาธรรม ให้เหล่าวิญญาณที่ถูกคุมขังอยู่ในเมืองนรก ทีไร้อิสรภาพไม่สามารถไปไหนได้ และต้องอดอยากหิวโหย จะได้รับการนิรโทษกรรมชั่วคราว ให้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันออกไปเที่ยว เยี่ยมเยือนบุตรหลาน ญาติมิตร วิญญาณเหล่านั้น ต่างเฝ้ารอคอยและมีความยินดีปรีดากันทั่วหน้า  

ฉะนั้น การทำบุญทิ้งกระจาด ซึ่งสือต่อสืบต่อมาจนทุกวันนี้ จึงมีการให้ทานทั้งผี (อสูรกาย) และคน ที่ให้ผีก็มีอาหาร ซึ่งไปตั้งเซ่นและเสื้อผ้าเงินทอง (กระดาษเงิน กระดาษทอง) และของใช้(ที่ทำจากกระดาษ) เอาไปเผา ส่วนที่ให้คน ก็เป็นอาหารเจ เช่น ข้าวสาร เป็นต้น และของใช้ต่างๆ

พิธีทิ้งกระจาด นิยมทำกันในเทศกาลกินเจและพิธีกงเต๊ก พิธีทิ้งกระจาด จะมีการจัดรูปขนาดใหญ่เรียกว่า "องค์เตื๊อง" หรือ "ไต่ซือเอี๊ยะ" ซึ่งบนศีรษะมีรูปเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์แบ่งภาคมาจุติ เพื่อทำหน้าที่ดูแลมิให้พวกปีศาจแย่งชิงเครื่องเซ่น

ซึ่งงานที้งกระจาดของทางศาลพระโพธิสัตว์กวนอิม บ.ทุ่งพิชัย จัดขึ้นช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ในทุกปีในงาน เสี่ยซิ้ง ทิ้งกระจาด ถือเป็นงานประจำปีของทางศาลฯ โดยในงานประจำปีนอกจากพิธีทิ้งกระจาดแล้ว ยังมีการมอบทุนการศึกษา ทุนอาหารกลางวัน ข้าวสาร ให้กับ โรงเรียนในท้องถิ่นและใกล้เคียงมาตลอดทุกปี

 

ความเป็นมาของการทิ้งกระจาด

 

พิธีทิ้งกระจาด เป็นพิธีกรรมจีนอย่างหนึ่งที่นิยมจัดขึ้นในเทศกาลต่างๆ ของชาวจีน หรือเรียกกันว่า ซีโกว แปลว่าการให้ทานแก่วิญญาณไร้ญาติ เป็นพิธีกรรมของจีนที่มีที่มาจากพระพุทธศาสนา จากพระสูตร ในพระไตรปิฏกจีน ชื่อเปรตมุข-อัคนีชวาลยศรการ-นาม-ธารณีสูตร ได้กล่าวว่า ครั้งนั้นพระพุทธเจ้าเสด็จประทับแสดงพระธรรมเทศนา ณ นิโครธารามวิหาร เมืองกบิลพัสดุ์ พระอานนท์เถระเจ้า พุทธอนุชาได้หลีกออกไปเข้าญาณสมาบัติ อยู่ที่โคนต้นไม้ใหญ่ ขณะที่พระอานนท์บำเพ็ญญาณปริเวทธรรมอยู่นั้น ได้มีอสูรกายตนหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้า บอกชื่อว่า อัคนีชวาลมุขเปรต หรือเอี่ยมเข้า รูปร่างสูงใหญ่หน้าเขียว แสยะเขี้ยว ตามตัวมีแต่หนังหุ้มกระดูก ลำคอเล็กเท่ารูเข็ม มีเปลวไฟโชติช่วงออกจากปากเป็นนิจ ได้กล่าวกับพระอานนท์ว่า ท่านอานนท์ เราได้รับความทุกข์เวทนาอย่างแสนสาหัสเพราะความหิวกระหาย จะกินก็ไม่ได้แต่ทุกขเวทนาเหลือหลาย ท่านผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า อุดมด้วยความเมตตากรุณาต่อสัตว์ ขอพระเถระท่านอุทิศสิ่งอุปโภคบริโภคเป็นไทยทานแก่ฝูงเปรตด้วยเถิด ถ้าท่านไม่กระทำในกาลอีก ๓ วัน ก็จะถึงซึ่งแก่มรณะ ว่าแล้วอสูรกายตนนั้นก็หายไป พระอานนท์เกิดความสะดุ้งกลัว เข้าเฝ้าพระบรมศาสดากราบทูลให้ทรงทราบแลขอพระพุทธองค์ เป็นที่พึ่งพระพุทธองค์

พระพุทธเจ้าจึงตรัสแก่พระอานนท์ว่า ในอดีตเมื่อพระองค์ยังเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ในนั้น พระโพธิสัตว์ได้ตรัสเทศนาถึงพิธีโยคเปรตพลี เพื่อโปรดเหล่าเปรตและสัตว์ทั้งหลาย ดังนั้น อัคนีชวาลมุขเปรตตนนั้นคือ พระอวโลกิตเตศวรโพธิสัตว์ (พระกวนอิม) ผู้มีปณิธานที่จะโปรดสัตว์ให้หลุดพ้นจากทุกข์ ได้นิรมิตกายมาเพื่อเป็นอุบายให้พระพุทธองค์แสดงพระธรรมเทศนาเกี่ยวกับพิธี โยคเปรตพลีอุทิศแก่พระอานนท์ เพื่อโปรดสัตว์ไตรภูมิเป็นปฐม และพิธีนี้ได้เป็นแนวทางปฏิบัติของนิกายมนตรยาน เพื่อแสดงพระมหากรุณาธิคุณของพระพุทธเจ้าและเหล่าพระโพธิสัตว์ต่อเหล่า สัตว์โลกทั้งหลาย เมื่อมีการแปลพระสูตรเป็นภาษาจีน พิธีนี้จึงมีการถ่ายทอดสืบเนื่องต่อมา

 

ต่อมาเมื่อหลังราชวงศ์ถังพิธีนี้จึงเป็นที่นิยมแพร่หลายออกไป จนเป็นที่นิยมของประชาชนมีการประกอบพิธีทั่วไปในประเทศจีน ทั้งในงานศพ ในงานวันเกิด ในเทศกาลสารทจีนเดือน ๗ และในเทศกาลอื่น แม้แต่ในศาสนาเต๋าก็รับแนวคิดนี้จากพระพุทธศาสนา นอกจากนี้ยังเป็นประเพณีนิยมในประเทศที่รับพระพุทธศาสนาจากจีน เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลี ก็ได้รับความนิยมด้วย ในส่วนของประชาชนจีนทั่วไป เมื่อถึงวันที่กำหนดก็จะจัดมณฑลพิธีและนิมนต์พระสงฆ์ไปสวดพระพุทธมนต์อุทิศ แก่วิญญาณ ส่วนชาวจีนที่อยู่ตามถิ่นห่างไกล นิมนต์พระสงฆ์ลำบากก็จะจัดเพียงเครื่องบูชาเซ่นไหว้ด้วยอาหารแก่วิญญาณเร่ ร่อนและบรรพบุรุษแทน จนทุกวันนี้

ด้วยชาวจีนเชื่อว่า ช่วงกลางเดือน ๗ ของจีน ( ตรงกับเดือน ๙ ของไทย) ไปจนถึงสิ้นเดือน เป็นช่วงที่ประตูยมโลกเปิด จึงเหมาะแก่การทำบุญทำทานให้แก่บรรดาผีไม่มีญาติ และในการนี้จำต้องสร้างหุ่นยมบาลไว้คอยคุมดูแลบรรดาผีที่นอกรีตนอกรอยมา หลอกหลอนผู้คน หรือไม่ยอมกลับนรกภูมิ

ทิ้งกระจาด ประเพณีของชาวจีนในการทำบุญให้แก่บรรดาภูติผีไม่มีญาติ ทว่าในเวลาเดียวกันนั้นข้าวของที่ทิ้งหาได้ตกแก่ภูติผีฝ่ายเดียว หากเป็นของบรรดาผู้ยากจนที่ไปคอยรับทานอย่างหนาแน่นทุกปี

 

ละครเท่งตุ๊ก

 

ละครเท่งตุ๊ก ชาวบ้านบางกลุ่มเรียก เท่งกรุ๊กตามเสียงกลอง ที่ให้จังหวะการแสดงเป็นการละเล่นพื้นบ้านแถบอำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี มีคณะละครตั้งบ้านเรือนอยู่ 2 ตำบล คือ ตำบลบางกะไชย ที่บ้านบางกะไชย และตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ ที่บ้านชำห้านมีลักษณะการเล่นเหมือนละครชาตรี ซึ่งคล้ายกับการแสดงโนราของทางภาคใต้หรือผสมระหว่างโนราและลิเก เครื่องดนตรีประกอบด้วย โทน 2 ใบ  กลองตุ๊ก (กลองชาตรี) 1 ใบ  ฉิ่ง  ฉาบ และกรับ  ซึ่งต่างจากละครชาตรีภาคกลางที่ใช้เครื่องดนตรีมากชิ้นกว่า และเครื่องดนตรีของละครเท่งตุ๊ก ไม่มีระนาด หรือปี่ การบรรเลงจะใช้สอดแทรกระหว่างการเล่นร้องเท่านั้น การแต่งกายตัวละครสวมเสื้อแขนสั้นมีอินทรนูบนบ่า สวมถุงเท้าขาวคล้ายลิเก สวมมงกุฎ ตัวพระนุ่งโจงหางหงส์ สวมเสื้อมีอินทรนู ใส่ทับทรวงและสวมมงกุฎ  ตัวนางนุ่งผ้ายกจีบหน้านาง ผ้าห่มหาง ใส่กระบังหน้าและสวมมงกุฎ ในด้านการแสดงนั้น จะมีการบูชาครูเพื่อเป็นสิริมงคลก่อนแล้วจึงมีการโหมโรง โดยตัวพระจะออกมารำซัดแล้วจึงเริ่มแสดง เรื่องที่แสดงนั้นแต่เดิมจะมีเล่นเฉพาะนิยายพื้นบ้าน เช่น เรื่องไชยเชษฐ์  สังข์ทอง  พระรถเมรี  ไกรทอง เป็นต้น  ต่อมาในระยะหลังมีการแสดงเรื่องราวที่อิงชีวิตประจำวัน มีรัก โลภ  โกรธ  หลง  อิจฉาริษยา เหมือนในละครวิทยุและโทรทัศน์ เวลาแสดงละครทุกตัวจะต้องร้องเอง การแสดงจะเรียกเสียงหัวเราะได้จากตัวตลก และสร้างอารมณ์เคียดแค้นด้วยตัวนางกะแหร่งหรือตัวอิจฉา  ละครเท่งตุ๊กจะนิยมเล่นในงานทิ้งกระจาดตามศาลเจ้าพ่อและศาลหลักเมือง ซึ่งเป็นงานประจำปี งานแก้บนตามโอกาสของผู้ว่าจ้าง และงานอื่นๆ เช่น ขึ้นบ้านใหม่ งานเทศกาลต่างๆ ตามวาระและโอกาสของผู้ว่าจ้าง

 

 


พฤศจิกายน 2562
อา พฤ
27 28 29 30 31 1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
1 2 3 4 5 6 7
วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562

ออนไลน์ทั้งหมด 9 คน
หมายเลข IP 35.175.120.174
คุณเข้าชมลำดับที่ 697,279

 

คุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเว็บไซต์ใหม่ของ อบต.บางกะไชย?
ดีมาก
ดี
ปานกลาง
น้อย
น้อยที่สุด

   
 
องค์การบริหารส่วนตำบลบางกะไชย
ตำบลบางกะไชย อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี 22120
Tel : Tel : 039-397905  Fax : Fax : 039-397905
Email : abtbangkachai@hotmail.com
Copyright © 2008 by OPSTECH All Right Reserved.